Share on twitter
Share on facebook
Share on linkedin

Case Study “น้ำพริกแคบหมูยายน้อย” กับสูตรเผ็ด Content Marketing ที่เด็ดเกินรสชาติ

content marketing, case study

ยอดขายไม่รู้  -ู เน้นยอด Like ! “น้ำพริกแคบหมูยายน้อย” กับสูตรเผ็ด Content Marketing ที่เด็ดเกินรสชาติ 

“อร่อยเกินร้อย ให้น้อยสมชื่อ”

“สะอาด ปลอดภัย ถูกหลักอนามัย ไปซื้อที่อื่น”

ถ้าคุณยังชินกับสโลแกนขายน้ำพริกแบบเดิม ๆ ของแม่ประยุทธ์ สูตรเด็ด (เจ้าเก่า) แม่กิม ล้วย ความแซ่บเต็มกระปุก หรืออะไรเทือก ๆ นี้อยู่ ก็ขอให้ลืมไปได้เลย เพราะนี่คือสโลแกนของ น้ำพริกแคบหมูยายน้อย แบรนด์น้ำพริก (เจ้าใหม่) ที่ช่างก่อสร้างส่วนใหญ่แนะนำ! 

นอกจากโครงการ OTOP ของรัฐบาล ก็มี Covid-19 นี่แหละที่ผลักดันให้เกิดโครงการ 1 บ้าน 1 ผลิตภัณฑ์ขึ้นมา และเปลี่ยนเหล่าบรรดาแม่ ๆ ยาย ๆ ทั้งหลาย ให้กลายเป็นเจ้าของเมนูสูตรเด็ดเชฟกระทะเหล็กที่โลกยังไม่เคยได้สัมผัส

เรียกว่าช่วงนั้นบ้านไหนมีของดีอะไร ก็ต้องรีบเอามายัดกระปุก ใส่ซองพร้อมส่งขายออนไลน์กันยกใหญ่ 

และ “น้ำพริกแคบหมูยายน้อย” ก็กระโดดออกจากครกของยาย กระเด็นเข้าสายตาชาวเน็ตแบบเต็ม ๆ ในช่วงเวลานั้น แม้ไม่รู้ว่ายายน้อยเป็นใคร และไม่รู้ว่าเดิมทีคนสร้างตั้งใจจะแค่จะทำเพจเอาฮาเฉย ๆ หรือตั้งใจจะขายน้ำพริกให้ยายจริง ๆ แต่ด้วยกลยุทธ์การสร้าง Content Marketing ที่แตกต่างก็ทำให้น้ำพริกแคบหมูยายน้อยกลายเป็นที่รู้จักและความบันเทิงใน Social Media ที่ปัจจุบันมีผู้ติดตามใน Facebook เกือบ 1 แสนคนเข้าไปแล้ว!

ก่อนจะไปเรียนรู้สูตรเด็ดเคล็ดลับในแบบฉบับของยายน้อย เรามาทำความเข้าใจและศึกษาคู่มือการใช้งานอุปกรณ์ทำมาหากินชิ้นนี้ที่ทำให้น้ำพริกแคบหมูยายน้อยแซ่บเกินหน้าเกินตาชาวบ้านในโลกโซเชียลกันก่อนดีกว่า 

Content Marketing คืออะไร?

9,320,000 คือ จำนวนผลลัพธ์ของการเสิร์ชคำว่า “Content Marketing คืออะไร” บน Google 

“Content Marketing คือ หนึ่งในเทคนิคการทำ Marketing ที่ช่วยสร้างสรรค์และนำเสนอคุณค่าของแบรนด์ ผ่านการสร้างเนื้อหาที่เกี่ยวข้อง ต่อเนื่อง สามารถดึงดูดความสนใจและตอบคำถามที่คนอ่านต้องการอยากรู้ได้ โดยมีจุดหมายปลายทางเพื่อให้เกิด Customer Action บางประการ”

แต่มันจะไปสนุกอะไร? ถ้าเราต้องพูดถึงเรื่องสนุก ๆ อย่างนี้ด้วยหลักการ ทฤษฎี หรือคำจำกัดความที่มากมายขนาดนั้น

อธิบายให้เข้าใจง่าย ๆ อย่างนี้ดีกว่า… โดยทั่วไปแล้วการทำ Marketing จะมีสิ่งหนึ่งที่เรียกว่า Traditional Marketing ซึ่งแปลตรง ๆ ก็คือการตลาดแบบดั้งเดิม สิ่งนี้คือการพูดถึง How to ขายสินค้า จะขายอย่างไร ขายที่ไหน ขายเท่าไหร่ และขายให้ใคร

แต่การทำ Content Marketing คือเรื่องของการสื่อสาร เราคือใคร เราขายอะไร เราเชื่อในอะไร เราขายสิ่งนี้ทำไม หรือขายแล้วดีอย่างไร จะบอกว่ามันเป็นคนละส่วนกับ Traditional Marketing ก็ไม่เชิง จะเป็นส่วนเดียวกันก็ไม่ใช่ เรียกว่าเป็นญาติห่าง ๆ หรือเป็นแฟนเก่าที่ตัดกันไม่ขาดอะไรแบบนี้ดีกว่า

ตัวอย่างสุด Classic ของการทำ Content Marketing (ซึ่งยังไม่ใช่เรื่องยายน้อย)

พอบอกว่าเป็นเหมือนแฟนเก่าที่ตัดกันไม่ขาด ก็ไม่แน่ใจเหมือนกันว่า ประโยคนี้จะทำให้คนงงหรือเศร้าได้มากกว่ากัน ดังนั้นแล้วการทำความเข้าใจเกี่ยวกับเรื่องนี้ผ่านตัวอย่างดี ๆ สักหนึ่งชิ้นก็น่าจะเป็นวิธีการที่ดีที่สุด

ว่ากันว่า ตัวอย่างที่ Classic ที่สุดของการทำ Content Marketing เกิดขึ้นในปี 1895 หรือเกือบร้อยกว่าปีที่แล้วนู่น! ไม่ใช่เพิ่งเกิดแค่ 3-4 ปีนี้อย่างที่หลายคนเข้าใจกันด้วยซ้ำ 

ในยุคที่ Social Media ยังไม่ถือกำเนิดขึ้น (และแม้แต่แม่ของคนสร้าง Social Media เองก็ยังไม่เกิดเหมือนกัน) John Deere บริษัทผู้ผลิตรถไถของอเมริกาตัดสินใจตีพิมพ์นิตยสาร The Furrow ขึ้นเป็นฉบับแรกในปี 1895 เพื่อรวบรวมความรู้และนำเสนอเทคนิคใหม่ ๆ ในการทำการเกษตร ให้กับลูกค้าของบริษัทที่ส่วนใหญ่ก็คือเกษตรกรเจ้าของฟาร์ม

แทนที่จะใช้เทคนิคการขายแบบเดิม ๆ ในยุคนั้น อย่างการลงโฆษณาในหนังสือพิมพ์ วิทยุหรือป้ายต่าง ๆ ที่ทำได้แค่บอกชื่อรุ่นของรถไถ คุณสมบัติ และโปรโมชัน

John Deere กลับใช้เทคนิคใหม่ที่ทำให้บริษัทสามารถสื่อสารในสิ่งที่ตัวเองเชื่อ และนำเสนอภาพลักษณ์ของการเป็นเพื่อนคู่คิดมิตรคู่บ้านของเกษตรกรชาวอเมริกันที่หลายแบรนด์ต่างพยายามทำมาอย่างยาวนานได้อย่างเป็นรูปธรรมเป็นครั้งแรก 

ลองจินตนาการดูว่าถ้าคุณมีเวลา Air time ในวิทยุแค่ 15 วินาที กับการอธิบายสรรพคุณอันยืดยาวและเทคโนโลยีสุดซับซ้อนของรถไถรุ่นใหม่ล่าสุด คุณจะเหลือเวลากี่วินาทีในการพูดเรื่องอื่น? ซึ่งนั่นเองที่เป็นข้อจำกัดในการสื่อสารที่ John Deere สามารถเอาชนะได้สำเร็จด้วยการทำ Content Marketing

นิตยสาร The Furrow เต็มไปด้วยเนื้อหาที่คนอ่านเพลิดเพลินพร้อมสอดแทรกความรู้ที่สามารถนำไปประยุกต์ใช้ได้ รวมถึงเทคนิคต่าง ๆ ที่ช่วยให้เกษตรกรสามารถแก้ปัญหาที่ตัวเองพบเจอได้จริง ๆ

ด้วยกลยุทธ์ในการให้ความสำคัญกับเนื้อหาทางด้านเกษตรกรรมอย่างจริงจัง มากกว่าการขายสินค้า ทำให้นิตยสาร The Furrow สามารถซื้อใจเหล่าบรรดาลูกค้าของ John Deere และเกษตรกรทั่วไปได้อย่างมากมาย พร้อมกลายเป็นนิตยสารการเกษตรที่ครองใจคนอ่านยาวนานกว่าศตวรรษ

John Deere ทำให้ลูกค้าตระหนักได้ว่าบริษัทไม่ได้แค่คิดแต่จะขายของทำกำไรเพียงอย่างเดียว แต่พวกเขายังต้องการให้เกษตรกรมีผลผลิตและชีวิตความเป็นอยู่ที่ดีขึ้นจริง ๆ ซึ่งมันก็กลายเป็นเหตุผลสำคัญที่ทำให้ John Deere ขายดิบขายดีจนเอาชนะคู่แข่งในยุคนั้นได้ในที่สุด

ยายน้อยตื่นแล้ว!

หลังจากแวะไปเที่ยวทะเลอเมริกาอยู่พักหนึ่งจนยายหลับไป 3 ตื่น ในที่สุดก็ถึงคิวของ “น้ำพริกแคบหมูยายน้อย” แล้ว!

เมื่อ Social Media ถือกำเนิดขึ้น การทำ Content Marketing ก็ง่ายยิ่งกว่าการสร้างนิตยสารเยอะ ! ทุกบทความ ทุกสเตตัส ทุกภาพถ่าย ทุกวิดีโอที่แบรนด์โพสต์ลงบน Social Media Channel ของตัวเอง ทั้งหมดล้วนสามารถเป็น Content Marketing ได้ทั้งนั้น

แต่พอทุกอย่างมันง่าย ทีนี้ก็เลยกลายเป็นว่า “ใครๆ ก็ทำ

แบรนด์นี้ก็ทำ Infographic แบรนด์นี้ก็มีรีวิวสวย ๆ พอเห็นแบรนด์คู่แข่งทำ แล้วแบรนด์ตัวเองไม่ได้ทำ ก็ลุกลี้ลุกลนต้องทำให้ได้อย่างเขา เพราะกลัวคนจะหาว่าสู้ไม่ได้ ไม่ทันกระแส 

คราวนี้จาก “ใคร ๆ ก็ทำ” ก็เลยกลายเป็น “ใคร ๆ ก็ทำเหมือนกันไปหมด

ทว่ามีอยู่แบรนด์หนึ่งที่ค้นพบสูตรเด็ดของการทำ Content Marketing ในแนวทางของตัวเองที่ดูจะกลมกล่อมจนใคร ๆ ก็อยากจะลิ้มลองและทำตาม แต่ก็ใช่ว่างานนี้จะทำตามกันได้ง่าย ๆ – น้ำพริกแคบหมูยายน้อย

สูตรเด็ดยายน้อย ขั้นตอนที่ 1 : หยอด “ความแตกต่าง” 3 ช้อน

น้ำพริกเจ้าไหน ๆ ต่างก็บอกว่าตัวเองเป็นของดี ของอร่อยกันทั้งนั้น ดังนั้นแทนที่จะทำแบบคนอื่น น้ำพริกแคบหมูยายน้อยก็เลยขอฉีกแหกแหวกแนวบอกว่าน้ำพริกของตัวเองมัน “กินไม่ได้” ไปซะเลย!

แค่ฟังก็รู้สึกประหลาดใจจนต้องหันกลับมาอ่านซ้ำ น้ำพริกกินไม่ได้ เอ้า! แล้วจะเอามาขายทำไม? แล้วใครมันจะซื้อ? แต่นี่แหละคือสูตรเด็ดเคล็ดลับข้อที่ 1 ที่ทำให้น้ำพริกแคบหมูยายน้อยโดดเด่นไม่เหมือนใครขึ้นมาทันทีด้วยกลยุทธ์การสร้างความแตกต่าง หรือ Differentiation

ตามสถิตินั้นคนเราจะตัดสินใจกดหยุดเพื่อให้ความสนใจกับโพสต์ใดโพสต์หนึ่งใน Social Media ในระยะเวลาเพียงไม่กี่วินาทีเท่านั้น ลองคิดดูว่าถ้าเราเลื่อน New Feed ผ่าน ๆ หรือกดเข้าไปในหน้า shopee พร้อมกับเสิร์ชคำว่า “น้ำพริก” 

ปรากฏว่าน้ำพริกทุกเจ้าขึ้นรูปภาพหน้าตาท่าทางน่ารับประทาน พร้อมใส่ข้อความกำกับ “สูตรเด็ด เจ้าเก่า” เหมือนกันหมด คำถามคือ คุณจะเลือกคลิกที่อันไหน? แน่นอนว่าคนส่วนใหญ่ก็ต้องเลือกคลิกอันที่รูปสวยที่สุด หรือไม่ก็ราคาถูกที่สุด

แต่ถ้ามีสักร้านหนึ่งที่ขึ้นภาพหน้าตาสวยงามเหมือนกัน แต่ดันมีข้อความปรากฏว่า “กินแล้วไม่อ้วน เพราะส่วนใหญ่บ้วนทิ้ง” หรือ “กินแล้วตาย คายแล้วรอด” ใช้เวลาแค่เสี้ยววินาทีก็ยังเหลือเฟือที่จะเรียกความสนใจให้คนอ่านคลิกเข้าไปดูเป็นบุญตาสักครั้งว่าน้ำพริกเจ้าไหนกันนะ ที่ช่างกล้าซะขนาดนี้

และกลยุทธ์แบบนี้แหละที่กลายเป็นคอนเทนต์หลักในหน้าเพจของน้ำพริกแคบหมูยายน้อยที่ช่างสรรหาสรรพคุณสุดประหลาดของตัวเองมาบรรยายในทุก ๆ วัน ตั้งแต่วิธีการผลิต วัตถุดิบ ไปจนถึงรสชาติ และดูเหมือนคนก็จะติดกันงอมแงมซะด้วยสิ     

สูตรเด็ดยายน้อย ขั้นตอนที่ 2 : เติม “ความ Challenge” เข้าไปอีก 2 ฝา

ต่อจากวิธีการนำเสนอที่แตกต่าง ยายน้อยก็สานต่อความสำเร็จด้วยการสร้าง Challenge ที่ถูกอกถูกใจคนไทยและทั่วโลก “ก็บอกว่ามันกินไม่ได้ แล้วยังจะอยากกินกันอีกหรือไง?”

กลายเป็นว่าแทนที่คนจะตอบว่า “ไม่กิน” แต่คนส่วนใหญ่กลับยิ่งรู้สึกถึงความท้าทายในการลิ้มลองรสชาติแห่งความหายนะของยายน้อย ว่ามันจะสมคำร่ำลือขนาดไหน จนต้องตอบกลับไปว่า “ต้องขอลองกินสักครั้ง”

สำหรับใครที่อ่านมาถึงตรงนี้แล้วยังสงสัยอยู่ว่าสรุปแล้วน้ำพริกแคบหมูยายน้อยนี่ทำมาขายจริง ๆ ใช่หรือไม่ 

คำตอบคือ ขายจริง ๆ ! แล้วก็มีคนซื้อเยอะซะด้วย ซึ่งทั้งหมดล้วนเป็นผลมาจากความรู้สึกอยาก Challenge ทั้งนั้น

จริง ๆ แล้วกลยุทธ์แบบนี้ไม่ได้เพียงใช้ได้ผลกับยายน้อยเท่านั้น แต่มันยังเวิร์กมาก ๆ กับหลาย ๆ แคมเปญและผลิตภัณฑ์ ทั้งบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปที่เผ็ดที่สุดในโลกของเกาหลี หรือแม้แต่ไก่เผ็ดของ KFC ที่ว่ากันว่ามันเผ็ดจนต้องร้องขอชีวิต เผ็ดจนไม่มีใครกินหมด 

แม้จะรู้ว่าเป็นการเสี่ยงเสียเงินเพื่อรับประทานสิ่งของที่อาจจะทานไม่ได้ และยังทรมานตัวเองอีกต่างหาก แต่ด้วยความรู้สึกอยากเอาชนะของมนุษย์เรานี่แหละที่ทำให้คนยิ่งอยากท้าทายความสามารถและพิสูจน์ตัวเองกับกิจกรรมแปลก ๆ เหล่านี้ 

และจะว่าไปเบื้องหลังที่ทำให้แอปพลิเคชัน TikTok ประสบความสำเร็จโด่งดังทั่วบ้านทั่วเมืองขนาดนี้ทั้งหมดก็เป็นเพราะไอเดียในการสร้าง Challenge ล้วน ๆ เหมือนกัน

สูตรเด็ดยายน้อย ขั้นตอนที่ 3 : ใส่ “UGC” เข้าไปเลย 10 ทัพพี  !

UGC หรือ User Generated Content คือเป็นกลยุทธ์ที่แบรนด์นำคอนเทนต์ที่ลูกค้ายินดีและเต็มใจสร้างสรรค์ให้แบบฟรี ๆ มาใช้งานเป็น Content Marketing ของตัวเอง ซึ่งหากส่วนผสมใน 2 ข้อแรกของยายน้อยเป็นดั่งวัตถุดิบตั้งต้นแล้ว เจ้า UGC นี้ก็คือผงชูรสที่ทำให้น้ำพริกแคบหมูยายน้อยเผ็ดเด็ดแซ่บจนเกินใครในขั้นตอนสุดท้าย!

สโลแกนทั้งหลายแหล่ของน้ำพริกแคบหมูยายน้อยที่ปรากฏในเพจนั้น แน่นอนว่ายายน้อยไม่ได้เป็นคนคิดเองแน่ ๆ แต่ที่น่าเซอร์ไพรส์กว่าก็คือแม้แต่แอดมินเองก็แทบจะไม่ได้เป็นคนคิดมันขึ้นมาเหมือนกัน เพราะจริง ๆ แล้วสโลแกนและคอนเทนต์ต่าง ๆ ในเพจนั้นเกินกว่าครึ่งหนึ่งเป็นสิ่งที่ลูกเพจและแฟน ๆ ช่วยกันสร้างสรรค์ขึ้นมาให้ยายน้อยอย่างสนุกสนาน

รวมถึงบทสนทนาการสั่งซื้อสุดกวนใน Messenger ที่มักจะถูก Capture นำมาทำเป็นคอนเทนต์ในหน้าเพจอยู่บ่อย ๆ และการรีวิวสุดฮาในคอมเมนต์ที่เหมือนจะเป็นที่ระบายอารมณ์ขันของเหล่าแฟนเพจมากกว่าการเชิญชวนให้คนมาซื้อเพิ่มขึ้น

 
 

ในขณะที่บางเพจ บางแบรนด์นั้นคิดกันหัวแทบแตกว่าจะโพสต์อะไรให้คนมากดไลก์ กดแชร์ กดคอมเมนต์ แต่น้ำพริกแคบหมูยายน้อยสามารถทำมันได้อย่างง่าย ๆ ในทุกวัน ซึ่งทั้งหมดนี้ล้วนเป็นผลมาจากกลยุทธ์การทำ Content Marketing ทั้งหมดในข้อ 1, 2 และจนถึงข้อ 3 นี้นี่เอง  

ตามหาสูตรเด็ดในแบบของคุณเอง

ถ้าคุณเคยอ่านบทความประเภทที่ว่า “5 วิธีการทำ Content Marketing สุดปัง” หรือ “ทำคอนเทนต์แบบนี้แล้วมีคนไลก์รัว ๆ แชร์ชัวร์ ๆ” อะไรทำนองนี้มาบ้าง เราขอแนะนำให้คุณลืมมันไปซะ หรือไม่อย่างน้อยก็อย่ากดเข้าไปอ่านมันอีกเลย 

เพราะสูตรสำเร็จการทำ Content Marketing ทั้งหลายที่ถูกเขียนในอินเทอร์เน็ตเหล่านี้ไม่มีวันทำให้แบรนด์หรือสินค้าประเภทไหนประสบความสำเร็จได้อย่างที่น้ำพริกแคบหมูยายน้อยทำ 

ลองจินตนาการถึงร้านข้าวมันไก่ที่ทุกอย่างในร้านคือการใช้ของสำเร็จรูปทั้งหมดดูสิ น้ำจิ้มจาก Tesco Lotus ไก่สำเร็จจาก Makro น้ำซุปจากคนอร์ คุณคิดว่าข้าวมันไก่ร้านนี้จะกลายเป็นข้าวมันไก่ชื่อดังได้หรือเปล่า?

แน่นอนว่าข้าวมันไก่ร้านนี้ก็คงมีคนแวะเวียนกันเข้ามารับประทานอยู่บ้าง เนื่องด้วยรสชาติของทุกอย่างก็อยู่ในเกณฑ์ที่รับประทานได้ตามสูตรสำเร็จ แต่จะมีสักกี่คนที่สามารถจดจำรสชาติอันแสนจะธรรมดานี้ได้

การทำ Content Marketing ให้ประสบความสำเร็จนั้นต้องเกิดจากการคิดค้น ลองผิดลองถูกและตามหาสูตรเด็ดในแบบของตัวเอง และแม้คุณจะรู้สึกว่าการทำคอนเทนต์ของน้ำพริกแคบหมูยายน้อยนั้นเวิรกและอยากทำตามขนาดไหน ก็ไม่มีทางที่เมื่อทำออกมาแล้วจะได้ผลลัพธ์ที่เหมือนกัน 

ใครว่า Content Marketing ขายของไม่ได้?

หากคุณยังอยู่กับเราจนถึงบรรทัดนี้ เราก็มั่นใจว่าคุณคงไม่มีข้อสงสัยอะไรอีกว่าการทำ Content Marketing นั้นช่วยทำให้แบรนด์ขายของได้อย่างไร?

จริง ๆ แล้วบทความนี้ก็ไม่ได้ต่างอะไรจากนิตยสาร The Furrow ที่ Heroleads ของเราหวังว่ามันจะทำให้ใครสักคนหนึ่งได้เรียนรู้เกี่ยวกับเรื่องราวของการทำ Content Marketing และสามารถบอกกับทุกคนได้ว่า Heroleads นั้นสนุกและอินกับการทำ Content Marketing ขนาดไหน? 

และใช่แล้ว! นี่ก็คือพาร์ทขายของสุดน่ารักและแนบเนียนของพวกเรานั่นเอง

อย่างที่บอกไปแล้วว่าการทำ Content Marketing ให้ประสบความสำเร็จนั้นไม่สามารถลอกเลียนแบบหรือใช้สูตรสำเร็จของใครได้ ซึ่ง Heroleads เองก็อยากเห็นทุก ๆ แบรนด์มีสูตรเด็ดเคล็ดลับในแบบของตัวเองเช่นกัน

Heroleads ในฐานะผู้เชี่ยวชาญด้านการตลาดออนไลน์ และ E-commerce ซึ่งให้ความสำคัญกับการทำ customer-based marketing strategy หรือการสร้างไอเดียและกลยุทธ์การตลาดที่มีพื้นฐานมาจากความต้องการของลูกค้าอย่างที่เคยกล่าวถึงไปแล้วในบทความก่อนหน้า 

Customer-Based Marketing : คิดจากลูกค้า!กลยุทธ์ความสำเร็จธุรกิจยุคดิจิทัล – Heroleads 

ก็หวังว่าไม่วันใดก็วันหนึ่งพวกเราคงมีโอกาสได้ร่วมกันพัฒนาและคิดค้นสูตรเด็ด Content Marketing ที่เหมาะสมกับแบรนด์ของคุณ โดยเริ่มตั้งแต่การออกแบบ Page Persona การมองหา Target Audience ที่เหมาะสม การกำหนด Mood&Tone ของภาษาและภาพ รวมถึงการคัดสรร Content Pillar เพื่อการสื่อสารที่ครอบคลุมในทุกมุมมองทั้งที่แบรนด์อยากเล่าและที่คนอยากฟัง

และเมื่อถึงตอนนั้นเราคงได้ร่วมกันสร้างสรรค์อะไรสนุก ๆ ที่สามารถตอบโจทย์เป้าหมายของแบรนด์อย่างที่น้ำพริกแคบหมูยายน้อยสามารถทำได้ในวันนี้อย่างแน่นอน โดยเฉพาะอย่างยิ่งกับแบรนด์ต่าง ๆ ที่อยากเริ่มสร้างตัวตนให้เป็นที่รู้จักและจดจำบน Social Media

หรือไม่อย่างน้อยก็ขอให้บทความนี้ได้เป็นดั่งนิตยสาร The Furrow สำหรับชาว Marketer สักหนึ่งคน หรือเป็นความเพลิดเพลินของวันในการเสพคอนเทนต์มัน ๆ อย่างที่ “น้ำพริกแคบหมูยายน้อย” ทำก็คงเพียงพอ

Start your digital transformation.

Get in touch with our Digital Marketing Consultant
Heroleads Google Awards
Heroleads Google Awards
Heroleads Google Awards

Writen by Settha Ketkaew

Copywriter หนุ่มผู้รักองค์กร และเจ้าของเพจสุดคูลที่เล่าเรื่องธรรมดา ๆ ในชีวิตประจำวันให้กลายเป็นเรื่องพิเศษด้วยพลังแห่ง storytelling จนมีผู้ติดตามกว่า 150,000 คน
backgroundLayer 1

The death of the cookie, what’s next?

How are cookies currently used? 1.Tracking vs. information storage Cookies were initially created to store information in order to improve the user experience on websites.

Digital Marketing Trend 2021 ในมุมมองนักการตลาดสาย Performance

ปีที่ผ่านมา ทั่วโลกได้รับผลกระทบจากการแพร่ระบาดของไวรัส Covid-19 ทำให้พฤติกรรมผู้บริโภคเปลี่ยนแปลงไปอย่างมาก ธุรกิจที่ปรับตัวมาสู่ออนไลน์ได้เร็ว กลายเป็นผู้ได้เปรียบในการแข่งขัน แล้วปีนี้ล่ะ มีอะไรที่คนทำธุรกิจต้องจับตาดูบ้าง? เราถามความเห็นจากนักการตลาดสาย Performance Marketing ของ Heroleads ไปดูกันค่ะว่าพวกเขามอง Digital Marketing Trend 2021 ไว้ยังไงกัน เกมส์ของยักษ์ใหญ่ ในตลาด “E-commerce”   ถ้าปี 2020

Read More »

10 “ที่สุด” แห่งปี 2020 ที่ Heroleads

ปี 2020 ของทุกคนเป็นยังไงกันบ้าง? สำหรับชาว Heroleads ปีนี้มีเหตุการณ์ที่น่าจดจำเกิดขึ้นหลายอย่างเลยล่ะ  ก่อนจะเริ่มต้นปีใหม่ อยากจะชวนทุกคนนั่งไทม์แมชชีนย้อนไปดูกันหน่อยว่า ปีที่ผ่านมาเราผ่านอะไรมาด้วยกันบ้าง รับรองว่ามีครบทุกรสชาติเชียวล่ะ 🙂  1.“ห่างกันสักพัก” เพราะ Covid-19 เข้ามาทัก เหตุการณ์สำคัญที่สุดของปีนี้คงหนีไม่พ้นการแพร่ระบาดของไวรัสโคโรนา 2019 (Covid-19) ที่ไม่ได้กระทบแค่เราเท่านั้น แต่ส่งผลกับคนทั้งโลก! การที่ทุกคนต้อง “ล็อกดาวน์” เก็บตัวอยู่กับบ้าน ทำให้หลายคนสงสัยว่า เอ๊ะ!

Read More »

Heroleads Asia คว้า 2 รางวัล จาก the Campaign Agency of the Year 2020

ฮีโร่ลีดส์ เอเชีย (Heroleads Asia) คว้า 2 รางวัลใหญ่จากแคมเปญ เอเชีย (Campaign Asia) ตอกย้ำความเป็นผู้นำด้าน Digital Performance Marketing ในไทย และเอเชียตะวันออกเฉียงใต้! แคมเปญ เอเชีย (Campaign Asia) ผู้นำด้านคอนเทนต์การตลาดที่มีเครือข่ายทั่วโลก ประกาศรางวัล the Campaign Agency

Read More »