Share on twitter
Share on facebook
Share on linkedin

5 Metric วัดความสำเร็จธุรกิจอสังหาฯ ลูกค้ารู้จักแบรนด์คุณมากแค่ไหน

Heroleads

อสังหาริมทรัพย์” เป็นสินค้าในกลุ่ม high involvement product ที่ลูกค้าต้องใช้เวลาในการตัดสินใจซื้อ ปัจจัยสำคัญคือเรื่องโลเคชั่น ราคา และความน่าเชื่อถือของแบรนด์ ดังนั้น การทำ “Brand Awareness Campaign” ให้ลูกค้านึกถึง จดจำ นำไปสู่ความรักและภักดีต่อแบรนด์ (Top of mind) จึงเป็นอีกหนึ่งกลยุทธ์ที่จะช่วยเพิ่มยอดขายให้ธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ได้ในภาวะที่ตลาดมีการแข่งขันสูง และกำลังซื้อของผู้บริโภคเริ่มชะลอตัวลง

บทความที่แล้วเราอธิบายไปแล้วว่า เครื่องมือการตลาดออนไลน์ตัวไหนนำมาใช้ทำ brand awareness campaign ได้บ้าง (คลิกอ่าน >>> ธุรกิจอสังหาฯ เป็นที่ 1 ในใจลูกค้าด้วย Google Ads Solution

ครั้งนี้เราจะพูดกันถึงเรื่องวิธีการวัดผลแคมเปญ (measuring success) ซึ่งเป็นขั้นตอนสำคัญที่บอกเราว่าสิ่งที่ลงทุนไป วิธีการที่เราใช้ อย่างไหนเวิร์กหรือไม่ ต้องปรับกลยุทธ์อย่างไรบ้าง เพื่อสร้างผลลัพธ์ที่ดีที่สุด

KPI วัดผลแคมเปญ Brand Awareness 

Impression

Impression คือ จำนวนครั้งที่แสดงโฆษณาออกไป เป้าหมายในการยิงโฆษณาแบบเน้น impression คือทำให้โฆษณาโชว์จำนวนครั้งมากที่สุด การแสดงผล 1 ครั้ง จะถูกนับเป็น 1 impression โดยที่กลุ่มเป้าหมายของเรา 1 คน อาจจะเห็นโฆษณาหลายครั้งก็ได้

การคิดค่าโฆษณาจะคิดต่อการแสดงผล 1,000 ครั้ง (CPM – Cost Per Thousand Impressions) ไม่เกี่ยวกับจำนวนคลิกที่เกิดขึ้น ซึ่งตัวเลข CPM นี้จะบอกเราว่า ราคาต่อการแสดงผล 1,000 ครั้งนั้นมันถูกหรือแพงอย่างไร เพื่อจะปรับปรุงโฆษณาให้เหมาะสม กระจายออกได้มากที่สุด และได้ราคาต่ำที่สุด

Reach

reach คือ จำนวนคนที่เห็นโฆษณา คนหนึ่งคนอาจจะเห็นโฆษณาหลายครั้ง แต่จะนับเป็นแค่ 1 reach เท่านั้น reach จึงน้อยกว่า impression เสมอ 

สมมติว่าโฆษณาแบรนด์คอนโดของเราโชว์ไป 300,000 ครั้ง แต่ reach คนจริง ๆ แค่ 100,000 แปลว่ามีคนที่เห็นโฆษณานี้หลายครั้ง ซึ่งในการทำโฆษณาออนไลน์นั้นต้องดูความถี่ที่เหมาะสมไม่ให้มากหรือน้อยเกินไปด้วย

Click

Click คือจำนวนครั้งที่กลุ่มเป้าหมายของเราคลิกโฆษณาเพื่อเข้ามายังหน้าเว็บไซต์ (landing page) เป็นตัวชี้วัดที่บอกเราว่า มีคนสนใจโครงการอสังหาฯ ของเรามากเท่าไหร่ การคิดราคาจะคิดเป็น cost per click (CPC)

อีกค่าหนึ่งที่น่าสนใจคือ click through rate (CTR) ซึ่งคำนวณได้จากสูตรด้านล่าง

CTR  = ( Click / Impression ) x 100

ยิ่งเปอร์เซ็น CTR สูง แปลว่าโฆษณาของเราน่าสนใจ แต่ในทางกลับกันถ้า CTR ต่ำ อาจจะต้องปรับโฆษณาให้น่าสนใจมากยิ่งขึ้น 

Video View

แต่ละโซเชียลมีเดียมีวิธีการนับ View ต่างออกไป สำหรับวิดีโอขนาดยาวบน YouTube เราจะนับ 1 view เมื่อกลุ่มเป้าหมายดูโฆษณาไม่ต่ำกว่า 30 วินาที หรือมี interaction อื่น ๆ เช่น click ที่ channal, ชื่อวิดีโอ, card เป็นต้น ส่วนวิดีโอที่สั้นกว่านั้นก็นับ 1 view เมื่อดูโฆษณาจนจบ

Brand Lift Survey

Brand Lift Survey เป็นการวัดผลแคมเปญในรูปแบบ “แบบสอบถาม” สำหรับวิดีโอแคมเปญบน YouTube โดยคำถามแบ่งเป็น 3 หัวข้อคือ

  • คุณได้เห็นหนังโฆษณาออนไลน์ของแบรนด์ /สินค้าใดบ้างในเร็ว ๆ นี้
  • คุณเคยได้ยินเกี่ยวกับแบรนด์ / สินค้าใดต่อไปนี้บ้าง
  • คุณอาจจะซื้อแบรนด์ไหนบ้าง

วิดีการคือปล่อยวิดีโอโฆษณาออกไปก่อน แล้วปล่อยแบบสอบถามตามไปทีหลัง เหมาะกับแบรนด์อสังหาฯ รายใหญ่ ที่ต้องการวัดการรับรู้แบรนด์ แต่จะไม่ตอบโจทย์สำหรับการโปรโมทโครงการใหม่

ทั้งหมดนี้คือ Metrics พื้นฐานสำหรับวัดผล brand awareness campaign ซึ่งตัวเลขที่ได้จริง ๆ แล้วไม่ได้มีค่าตายตัวที่เป็นมาตรฐานสำหรับอสังหาริมทรัพย์ทุกโครงการ ขึ้นอยู่กับรูปแบบอสังหาฯ กลุ่มเป้าหมาย และการแข่งขันในตลาดด้วย 

เห็นศัพท์เทคนิคแบบนี้แล้วอย่าเพิ่งถอดใจนะครับ จริง ๆ แล้วข้อมูลที่คุณต้องการรู้มีแค่ โฆษณาตัวไหนเวิร์กหรือไม่เวิร์ก เพื่อจะได้วางแผนจัดการงบการตลาดให้เหมาะสม

เรื่อง การวัดผลและวิเคราะห์ข้อมูล ทั้งหมดนี้ ปล่อยให้เป็นหน้าที่เอเจนซีที่เชี่ยวชาญเรื่องการตลาดออนไลน์จัดการให้คุณดีกว่า ถ้าคุณยังไม่มีทีมที่เชี่ยวชาญเรื่องนี้ Heroleads เรายินดีช่วยคุณครับ

—————————

Heroleads คือ Data-Driven Performance Marketing Agency ที่มุ่งมั่นจะช่วยให้ธุรกิจของคุณประสบความสำเร็จในโลกออนไลน์ด้วยเทคโนโลยีทันสมัย และทีมที่มากประสบการณ์


Contact Us

Start your digital transformation.

Get in touch with our Digital Marketing Consultant
Heroleads Google Awards
Heroleads Google Awards
Heroleads Google Awards

Writen by Wiphawee Chulamanee

Senior Marketing Communications Strategist ประจำที่ Heroleads เติบโตจากวงการข่าว ก่อนก้าวเข้าสู่สายงานดิจิทัล ชอบคุย ชอบฟัง ชอบอ่าน และสนุกกับการถ่ายทอดเรื่องราวต่าง ๆ ผ่านตัวหนังสือ
backgroundLayer 1

Omni-Channel : พิชิตใจลูกค้าทุกช่องทาง ด้วยการตลาดแบบไปไหนไปกัน!

รับตัวสู่โลกยุคใหม่ พิชิตใจลูกค้าทุกช่องทาง ปลดล็อกเส้นแบ่งระหว่างการซื้อขายออนไลน์และออฟไลน์ ด้วยการตลาดแบบไปไหนไปกัน “Omni-Channel Marketing” ช่วง 10 ปีหลังมานี้ อัตราการใช้งานอินเตอร์เน็ตและสมาร์ทโฟนเพิ่มสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว เราได้เห็นการเกิดขึ้นของผู้บริโภคกลุ่มใหม่ที่เรียกว่า “Digital Consumer” ซึ่งคุ้นชินกับการใช้เทคโนโลยีดิจิทัลเป็นอย่างดี ยิ่งในปี 2020 ที่โลกเผชิญกับการระบาดครั้งใหญ่ (global pandemic) ก็ยิ่งเร่งปฏิกิริยาให้กระบวนการ Digitalization ดำเนินไปอย่างรวดเร็วยิ่งขึ้น ทุกวันนี้ ทุกคนแทบจะเป็น digital

Read More »

Data-Driven Marketing คืออะไร? ทุกสิ่งที่คุณควรต้องรู้ในปี 2020 นี้

คงจะไม่เป็นการกล่าวเกินไปถ้าจะบอกว่า Data-Driven Marketing คือ กุญแจสำคัญของนักการตลาดในยุค Marketing 5.0 ที่จะชี้เป็นชี้ตายได้เลยว่า ธุรกิจของคุณจะเติบโตแบบก้าวกระโดด หรือถูกคู่แข่งแซงไปแบบหน้าตาเฉย และคุณถูกทิ้งไว้กลางทาง ถ้าคุณยังไม่ปรับตัวนำกลยุทธ์นี้มาใช้ วันนี้เราได้รวบรวมทุกสิ่งที่คุณควรรู้เกี่ยวการตลาดที่ขับเคลื่อนด้วยข้อมูลมาให้คุณได้อ่านครบจบในบทความเดียวที่นี่แล้ว! Data-Driven Marketing คืออะไร? Data-Driven Marketing หรือ การตลาดที่ขับเคลื่อนด้วยข้อมูล เป็นวิธีทางการตลาดรูปแบบหนึ่งที่สามารถนำมาประยุกต์ใช้ได้ทั้งการตลาดออนไลน์และออฟไลน์ โดยการนำ Data มาประยุกต์ใช้งานในทุก ๆ

Read More »

เรารู้ แต่คุณยังไม่รู้! เทคนิคเพิ่มลูกค้าใหม่ ธุรกิจการเงินยุค New Normal

ปฎิเสธไม่ได้เลยครับว่า โควิด-19 ได้สร้างการเปลี่ยนแปลงหลายอย่างให้กับโลกของเรา ตั้งแต่มาตรการ Social Distancing ที่ทำให้คนไทยต้องปรับเปลี่ยนพฤติกรรมต่าง ๆ ตลอด 2 เดือนที่ผ่านมา โดยเฉพาะการที่เราหันมาทำกิจกรรมบนโลกออนไลน์กันมากขึ้น ไม่ว่าจะเป็นการประชุมออนไลน์, สั่งอาหารออนไลน์ และซื้อสินค้าออนไลน์ผ่านช่องทาง Social Commerce ต่าง ๆ ที่คึกคักอย่างมากในช่วงนี้  การเปลี่ยนพฤติกรรมต่าง ๆ เหล่านี้ นำพาเราไปสู่ยุคใหม่ “ยุค

Read More »