Share on twitter
Share on facebook
Share on linkedin

5 ข้อผิดพลาดบน เว็บไซต์ E-Commerce ที่ทำให้ยอดขายออนไลน์ไม่รุ่ง

5 ข้อผิดพลาดบน เว็บไซต์ E-commerce

เดี๋ยวนี้ใคร ๆ ก็ปันใจมารักการช้อปปิ้งออนไลน์ เพราะสะดวก ประหยัดเวลา ไม่ต้องแบกหิ้วของกลับมาบ้านเอง เพียงแค่กดสั่งซื้อผ่าน แอปพลิเคชัน หรือ เว็บไซต์ E-commerce สินค้าก็มาส่งถึงหน้าบ้านภายในเวลาอันรวดเร็ว ทำให้บรรดาร้านค้าต่าง ๆ แม้กระทั่งแบรนด์ใหญ่ ๆ  ก็ผันตัวมาทำเว็บไซต์เพื่อขายสินค้าผ่านทางออนไลน์กันมากขึ้น 

แต่ก็ไม่ใช่ทุกแบรนด์ทุกเว็บจะประสบความสำเร็จสร้างยอดขายออนไลน์ได้ถล่มทลาย 

หลายคนมีปัญหา ลูกค้ากดเลือกสินค้าลงตะกร้าหลายครั้ง แต่ไม่ยอมกดสั่งซื้อสักที หรือ ลูกค้าไปถึงหน้าเลือกวิธีการชำระเงินแล้ว แต่กลับกดออกซะงั้น 

คุณพลาดตรงไหน? เกิดอะไรขึ้นกับเว็บไซต์ E-Commerce ของคุณ ? 

จากประสบการณ์ดูแลเว็บไซต์ E-Commerce ให้หลาย ๆ ธุรกิจ วันนี้แนนรวบรวม 5 ข้อผิดพลาดพร้อมวิธีแก้ไข เพื่อให้คุณปรับเว็บไซต์และขายสินค้าออนไลน์ได้มากขึ้นค่ะ

Top 5 ข้อผิดพลาดบน เว็บไซต์ E-commerce

1. ลูกค้าหาปุ่มกดสั่งซื้อไม่เจอ 

Cart Abandonment คือการที่ลูกค้ากด add to cart เลือกสินค้าลงตะกร้าแล้ว แต่สุดท้ายไม่กดสั่งซื้อ ถ้านั่นเป็นเพราะลูกค้าเกิดเปลี่ยนใจ ยังไม่เจ็บใจเท่า ไม่ซื้อเพราะเขาหาปุ่มกดสั่งซื้อของเราไม่เจอ ซึ่งมีหลายเว็บทีเดียวที่เป็นแบบนี้ 

สาเหตุแนนคิดว่า บางเว็บมีแบนเนอร์โฆษณาโชว์โปรโมชันอยู่ทั่วทั้งเว็บไซต์ เลื่อนจอไปตรงไหนก็เจอ ถ้าแบนเนอร์เหล่านี้อยู่ถูกที่ถูกทางจะช่วยกระตุ้นให้กดสั่งซื้อ แต่ในทางตรงกันข้าม ถ้ามีแบนเนอร์แบบนี้อยู่ทุก ๆ หน้า และวางไว้หลาย ๆ ตำแหน่ง ไม่เว้นแม้กระทั่ง step การสั่งซื้อสินค้า ลูกค้าอาจจะหาปุ่มกดสั่งซื้อไม่เจอก็ได้นะคะ บอกได้เลยค่ะว่า พัง! ลูกค้ากดออกจากหน้าตะกร้าสินค้าแน่ ๆ 

กรณีแบบนี้แนนเจอมากับตัวเลยค่ะ เข้าเว็บขายผลิตภัณฑ์บำรุงผิวเว็บหนึ่ง แนนเลือกสินค้าลงตะกร้าเยอะมาก พอตรวจสอบรายการเรียบร้อยกำลังจะกดสั่งซื้อ อ้าว หาปุ่มไม่เจอ เพราะมีแบนเนอร์มาคั่นกลางเยอะมาก ๆ แนนกดออกเลยค่ะ เพราะอยากจะซื้อแล้ว แต่หาปุ่มซื้อไม่เจอ 

เว็บไซต์ E-commerce, ขายออนไลน์

2. Checkout steps ยุ่งยากเกินไป 

ตรงนี้เป็นอีกส่วนที่ลูกค้าจะ drop off ออกไปเยอะมาก เพราะบางเว็บไซต์ให้ลูกค้ากรอกทั้ง billing address และ shipping address หมายความว่าคุณบังคับให้ลูกค้ากรอกที่อยู่ถึง 2 ครั้ง ซึ่ง 90% เป็นที่อยู่เดียวกัน ! 

บางคนอยู่คอนโด มีทั้งชื่อคอนโด เลขที่บ้าน เลขที่ห้อง ชั้น อาคาร แขวง เขต ถนน ซอย…ถ้าต้องกรอกซ้ำหลายรอบนี่เหนื่อยเหมือนกันนะคะ ลูกค้าหลายคนเลยเลือกจะไม่กรอก และออกไปซื้อที่เว็บอื่นแทน

ดังนั้น คำแนะนำของแนนสำหรับหน้านี้นะคะ ไม่ควรให้ลูกค้ากรอกข้อมูลอะไรมาก แค่มีชื่อ ที่อยู่ เบอร์โทร ก็พอแล้วค่ะ  และให้

billing และ shipping ใช้ default เป็นที่อยู่เดียวกันไปเลย ลดความยุ่งยากในการกรอกข้อมูล และลดความเสี่ยงที่ลูกค้าจะออกจากเว็บเราไปโดยไม่เกิดการสั่งซื้อ

3. ไม่มีตัวเลือกการชำระเงิน

ถ้าลูกค้าทำรายการมาจนถึงหน้าวิธีการชำระเงินแล้ว แปลว่าเขาพร้อมจะซื้อสินค้าของเราแล้วค่ะ แต่บางเว็บก็ยังเจอลูกค้าที่ drop off จาก step นี้อยู่บ้าง เพราะไม่มีตัวเลือกช่องทางการจ่ายเงินที่ลูกค้าสะดวก 

หลายคนไม่มีหรือไม่ชอบใช้บัตรเครดิตซื้อของออนไลน์ เพราะยังเป็นห่วงเรื่องความปลอดภัยอยู่ สะดวกให้โอนเงินหรือเก็บเงินปลายทางมากกว่า 

แนนแนะนำว่า ตอนนี้การชำระเงินสามารถทำได้หลากหลายช่องทาง ไม่ว่าจะเป็น โอนเงินผ่านธนาคาร จ่ายผ่านบัตรเครดิต จ่ายผ่าน paypal rabbitLINEpay หรือเก็บเงินปลายทาง 

เว็บไซต์ E-Commerce ของคุณต้องรองรับความต้องการของลูกค้าได้ทุกประเภท เผื่อไว้ดีกว่าขาดนะคะ 🙂

เว็บไซต์ E-commerce, ขายออนไลน์

4. บังคับให้ลูกค้า login หรือ register ก่อนสั่งซื้อ

ลูกค้าบางรายไม่ได้อยากสมัครสมาชิก เขาแค่อยากซื้อสินค้า ถ้าเว็บของคุณบังคับว่า ต้อง login ก่อนถึงจะซื้อสินค้าได้ ตรงนี้จะทำให้คุณเสียลูกค้ากลุ่มนี้ไปแน่ ๆ 

ทางที่ดีเว็บของคุณควรมีตัวเลือกเผื่อไว้สำหรับคนที่อยากกดสั่งซื้อทันที และสามารถไปหน้ากรอกที่อยู่ได้เลยโดยไม่ต้อง login หรือสมัครสมาชิก เพื่อลดการสูญเสียลูกค้าในส่วนนี้ไปค่ะ 

5. ลูกค้า Search หาสินค้าบน เว็บไซต์ E-commerce ไม่เจอ

เคยไหมคะ เข้าไปดูสินค้าในเว็บไซต์ที่มีรายการสินค้ามากมายให้เลือก  คุณต้องการประหยัดเวลาโดยใช้ช่อง “ค้นหา” ที่มีอยู่บนเว็บไซต์ แต่กลับ search หาสินค้าที่ต้องการไม่เจอเลย เลวร้ายกว่านั้นคือเจอหน้า error แทน 

กรณีนี้ แนนแนะนำให้เว็บไซต์ที่ขายสินค้าหลายร้อยหลายพันรายการ ให้ความสำคัญกับการติดตั้งระบบค้นหาให้รองรับคำค้นหาหลาย ๆ แบบ ทั้งแบบคำกว้าง ๆ เช่น ประเภทสินค้า (TV) และคำเฉพาะเจาะจงของสินค้านั้น ๆ (TV 55 นิ้ว) เพราะถ้าลูกค้าเข้ามาแล้วหาสินค้าที่ต้องการไม่เจอ เขาก็จะออกไปหาต่อที่เว็บอื่น และอาจจะไปจบการสั่งซื้อที่เว็บนั้น และไม่กลับมาหาเราอีกเลยในครั้งต่อไปก็เป็นได้

ทั้ง 5 ข้อข้างต้น เป็นแค่ข้อผิดพลาดพื้นฐานในการทำเว็บไซต์ E-Commerce ถ้าเกิดขึ้นบนเว็บไซต์ของคุณแล้วเพิกเฉย ไม่รีบแก้ไข ผลกระทบอาจจะไม่ใช่แค่ยอดขาย แต่คุณอาจจะไม่เหลือแม้กระทั่งคนเข้ามาดูเว็บไซต์เลยก็ได้ ยิ่งสมัยนี้เทคโนโลยีก้าวไปไวมาก ใครผิดพลาดแล้วแก้ไขได้เร็วกว่า คนนั้นก็ลุกมาสู้ต่อได้ไวกว่า อย่ามัวแต่เสียเวลาทำอะไรที่ไม่ช่วยเพิ่มยอดขาย มาใช้เวลากับการตรวจสอบประสิทธิภาพร้านค้าออนไลน์ของเราดีกว่านะคะ 

อยากเพิ่มยอดขายให้ร้านค้าออนไลน์ของคุณ ไม่ว่าจะเป็นธุรกิจประเภทไหน Heroleads เรามีบริการรับทำ CRO หรือ Conversion Rate Opimaization เพิ่มประสิทธิภาพการทำงานให้กับเว็บไซต์ E-commerce ของคุณ 

เริ่มตั้งแต่วิเคราะห์เว็บไซต์ ดูว่าลูกค้าเข้ามาในแต่ละ step มากน้อยเท่าไหร่ และ  drop off ออกไปใน step ไหนมากที่สุด 

ควบคู่ไปกับการทำ Quantitative และ Qualitative research เปรียบเทียบเว็บไซต์ของคุณกับเว็บไซต์อื่น ๆ  ในธุรกิจ E-Commerce ที่เป็นประเภทเดียวกัน เพื่อออกแบบโซลูชันส์ที่ช่วยให้เว็บไซต์ของคุณทำงานได้เต็มประสิทธิภาพที่สุด และสร้างยอดขายให้คุณได้มากที่สุดค่ะ

(อ่านเพิ่มเติมเกี่ยวกับ E-commerce solutions ของเรา คลิก)

Start your digital transformation.

Get in touch with our Digital Marketing Consultant
Heroleads Google Awards
Heroleads Google Awards
Heroleads Google Awards

Writen by Ketnapha Wilaiprasitporn

Acting Analytics Project Manager ผู้เชี่ยวชาญด้าน Web Analytics ในเว็บไซต์ทุกประเภท พร้อมให้คำปรึกษาเรื่อง CRO ที่ตรงกับ Business Objective เพื่อให้ลูกค้าไปถึง KPI ที่ตั้งไว้
backgroundLayer 1

The death of the cookie, what’s next?

How are cookies currently used? 1.Tracking vs. information storage Cookies were initially created to store information in order to improve the user experience on websites.

ส่องกลยุทธ์แบรนด์ดัง สร้างแบรนด์อย่างไร ให้โตใน ตลาด E-commerce

E-commerce ได้ชื่อว่าเป็น Megatrend ธุรกิจดาวเด่นในยุค New Normal  Statista คาดการณ์ว่าในปี 2023 ยอดขายสินค้าใน ตลาด E–commerce ทั่วโลก จะเพิ่มขึ้นจากคาดการณ์ในปี 2020 กว่า 55% โดยเฉพาะในฝั่งเอเชียนั้นมีแนวโน้มการเติบโตอย่างมาก โดยข้อมูลจาก eMarketer ระบุว่า ยอดค้าปลีกผ่านทาง E-commerce ในฝั่งเอเชียปี 2020

Read More »

Customer-Based Marketing : คิดจากลูกค้า!กลยุทธ์ความสำเร็จธุรกิจยุคดิจิทัล

“หลายธุรกิจทำการตลาดออนไลน์เพื่อหวังผลมุ่งเน้นยอดขาย แต่อาจจะยังไม่ประสบความสำเร็จตามเป้าหมายที่วางไว้ เพราะให้ความสำคัญกับการใช้เครื่องมือในการโฆษณา งบประมาณ หรือโฟกัสที่ช่องทางการสื่อสารมากเกินไป จนลืมไปว่า key success ที่แท้จริงคืออะไร” ในฐานะนักการตลาดที่อยู่ในวงการดิจิทัลเอเจนซีมานานเกือบ 10 ปี หลายครั้งที่ผมได้มีโอกาสพูดคุยกับเจ้าของธุรกิจหรือทีมการตลาดเกี่ยวกับกลยุทธ์ของพวกเขา ผมเองพบว่าพวกเขามักโฟกัสการเลือกเครื่องมือทำการตลาด หรือใช้เวลาไปกับการวางแผนเรื่องงบประมาณโฆษณาจนลืมไปว่าความสำคัญของกลยุทธ์ที่ประสบความสำเร็จนั้นคือ การเลือกลูกค้าที่ดี และมีโอกาสในการขาย  รวมทั้งพวกเขามักทำการตลาดจากมุมของแบรนด์มากเกินไป แทนที่จะมองจากมุมของลูกค้า หรือการทำ customer-based marketing ซึ่งนั่นทำให้ผลลัพธ์ที่ออกมาไม่ดีพอในทางธุรกิจ การตลาดแบบ customer-based

Read More »

กระตุ้นยอดขายออนไลน์ช่วง Shopping Season ด้วยการ ทำ SEO

การช้อปปิ้งยุคใหม่ที่ทำได้ง่ายเพียงไม่กี่คลิก และการจัดส่งที่รวดเร็วสะดวกสบาย ทำให้ผู้คนสนใจซื้อของออนไลน์กันมากขึ้น นั่นหมายความว่า เจ้าของธุรกิจควรให้ความสนใจกับการวางแผนทำการตลาดออนไลน์เป็นพิเศษ โดยเฉพาะอย่างยิ่งการ ทำ SEO หรือ Search Engine Optimization เพราะแผนกลยุทธ์ SEO ที่ดี จะนำลูกค้ามาหาคุณถึงที่! ผลจากมาตรการ lockdown ในช่วงโควิด-19 ที่ผ่านมา ทำให้ตลาดอีคอมเมิร์ซ (E-Commerce) ไทยปี 2020 มีการเติบโตกว่าปีที่แล้วถึง

Read More »